เที่ยวไทยในฟิล์ม (๑) สันกำแพง

สันกำแพง (๒๕๑๑) :

วัฒนภาพยนตร์ ผู้สร้างหนังเงินล้าน น้อยไจยา -จุฬาตรีคูณ สร้างความรักยิ่งใหญ่อีกครั้ง!!! จากบทประพันธ์เรื่อง ดอกรักบานที่สันกำแพง ของ “อรชร”  รสสุคนธ์ กลิวัฒน์ อำนวยการสร้าง เทวิน สุขศิลา ถ่ายภาพ ไพรัช กสิวัฒน์ กำกับการแสดง  นำแสดง สมบัติ เมทะนี , อรัญญา นามวงษ์,สุทิศา พัฒนุช ร่วมด้วย เสกสรร สัตยา, ชนะ ศรีอุบล, ปริม ประภาพร, ชุมพร เทพพิทักษ์, สุวิน สว่างรัตน์, สีเทา, ธัญญา ธัญญารักษ์, โฉมฉาย ฉัตรวิไล ขอแนะนำดาวยั่วดวงใหม่ หยาดรุ้ง ระพี

เรื่องย่อ :  เพื่อนรักร่วมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชาย-หญิงสองคู่ เกิดรักสลับคู่กัน ทำให้ความเป็นเพื่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นศัตรูหัวใจด้วยความเข้าใจผิด กระทั่งต้องพลัดพรากกันไปอย่างปวดร้าว ต่อมาในรุ่นลูก ทายาทของทั้งสองตระกูลเกิดพบรักกันและทำท่าว่าจะมีปัญหาซ้ำจากบทแผลเดิม

บันทึก- ฉากหลังสำคัญของเรื่องคือบรรยากาศเมืองเหนือแบบย้อนยุคที่ อ.สันกำแพง มีธุรกิจการค้าไม้ การทำร่ม ทอผ้าพื้นเมืองและแสดงศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ใบปิดเวอร์ชั่นแรกวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์  ต่อมาสร้างเป็นหนังอีกครั้งปี 2523 นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี, นันทิดา แก้วบัวสาย , ธิติมา สังขพิทักษ์, มนตรี เจนอักษร, พอเจตน์ แก่นเพชร, ปิยะ ตระกูลราษฎร์ และ พรพรรณ เกษมมัสสุ (ใบปิดวาดโดย ริ้ม) หนังน่าดูตรงที่เลิฟซีนมีดาราดังเล่นได้อย่างถึงอารมณ์..   ปี 2550 สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง3 ในชื่อ เมื่อดอกรักบาน กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นำแสดงโดย กฤษฎา พรเวโรจน์, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ, เพ็ญเพชร เพ็ญกุล, ณัฐพล ลียะวณิช, ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2550 คือ รางวัลองค์ประกอบศิลป์ดีเด่น รางวัลดารานำชายดีเด่น (ชาตโยดม) รางวัลดารานำหญิงดีเด่น (ทักษอร) และ รางวัลละครดีเด่น เครดิตใบปิดสะสมของ  #ThaiMoviePosters #postermania

เที่ยวไทยในฟิล์ม – สันกำแพง : จ.เชียงใหม่  ที่เที่ยวขึ้นชื่อยาวนานมากว่า ๘๐ ปีของที่นี่ก็คือ บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง ที่พุ่งสูงกว่า ๑๕เมตร พัฒนาตกแต่งสถานที่ให้ดูสวยสดใสใหม่น่าเที่ยวมากขึ้น แต่ยังแช่เท้าในบ่อน้ำแร่อุ่นๆ และต้มไข่ในบ่อน้ำพุเดือดได้เหมือนเดิม เส้นทางเดียวกันนี้นำสู่ ถ้ำเมืองออน มีหินงอกหินย้อยสวยงาม อีกที่หนึ่งห้ามพลาดคือ ศูนย์หัตถกรรมร่มบ่อสร้าง ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่โด่งดังไปทั่วโลก สืบทอดกันมากว่า๑๐๐ปี ชมการทำร่ม เพ้นท์ร่ม กันสดๆ ทุกวันเสาร์พบกับ ถนนคนเดิน รวมสินค้าผ้าพื้นเมือง ร่ม ผ้าฝ้าย ผ้าไหม เครื่องเงิน และของกินสารพัด  พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก ของ สล่าเพชร  วิริยะรวบรวมช่างแกะสลักไม้ฝีมือดีชาวล้านนามารวมตัวกันสร้างผลงาน ประยูร จรรยาวงศ์ (2458) คอลัมน์นิสต์ชื่อดังเป็นผู้ตั้งชื่อให้ เป็นแห่งแรกที่นำเอาไม้ขี้เหล็กมาทดแทนไม้สัก นำเอาลูกมะเกลือที่ใช้ในการย้อมผ้า มาย้อมสีไม้ซึ่งให้สีที่เป็นธรรมชาติและไม่มีสารพิษตกค้างเป็นอันตราย  วัดป่าตึง โดยครูบาปินตามาพบวัดร้าง มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาต มีศิลาจารึก เตาเผาเครื่องสังคโลกอยู่ในบริเวณนี้ จึงได้ชักชวนชาวบ้านที่อยู่กันอย่างหนาแน่นมาบูรณะวัดร้างแห่งนี้เป็นวัดป่าตึง ปี พ.ศ.2467 ครูบาปินตามรณภาพด้วยวัย 74 ปี ขณะนั้นหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ อายุ 27 ปีเท่านั้นเรียกว่าเป็น “พระหนุ่ม” ก็ต้องรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าตึงต่อมาจนปัจจุบันวัดอายุมากกว่า 111 ปี  อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อ.สันกำแพง และอ.ดอยสะเก็ด เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มี น้ำตก หน้าผา น้ำพุร้อน อ่างเก็บน้ำ เขื่อนต่าง ๆ ในเนื้อที่7แสนกว่าไร่ ป่าดงปงไหว หมายถึง เขตดินพรุ เป็นที่ชุ่มน้ำ อยู่ระหว่างหมู่บ้านม่วงเขียว หมู่ที่ 4 ต.ร้องวัวแดง และบ้านป่าตึง หมู่ที่ 7 ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง ซึ่งเป็นป่าหนาทึบ ชาวบ้านสมัยก่อนนำโค กระบือ มาเลี้ยงก็จะถูกปงดินตรงนั้นดูด ทำให้เสียชีวิตและข้าวของ ปัจจุบันชาวบ้านร่วมกันทำโครงการพัฒนาเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วัฒนธรรม ประกอบด้วย วัดก่อละ (กู่ลัวะ) เป็นหนึ่งในวัดร้างโบราณ 3 จุด ในชุมชนปงไหววัดที่ 1 คือ วัดดอยหน้อย (วัดม่วงเขียว) วัดที่ 2 คือ วัดก่อละ (กู่ลัวะ) วัดที่ 3 คือวัดปงไหว อายุราว 700 ปี ร่วมสมัยกับหริภุญไชย เจดีย์ร้างรูปทรงล้านนา ส่วนยอดพังทลายลงหมดแล้ว น้ำบ่อทิพย์ เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ รักษาโรคภัยต่างๆ อยู่ภายในวัดก่อละ แหล่งเตาหลอมเหล็กปงไหว มีการตีเหล็กทำเป็นเครื่องใช้และยุทโธปกรณ์ส่งไปที่พันนา แช่ช้างส่งไปยังเมืองเชียงใหม่ และหริภุญไชย ใช้ในการทำศึกสงคราม อายุมากกว่า1,000ปีจนถึงสมัยพม่าครองเมืองล้านนาสกุลชนทั้งหลายถูกกวาดต้อนไปพม่าจนหมดสิ้น จึงขาดความสืบต่อของงานช่างเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย ข่วงเจิง (ศิลปะการต่อสู้และการรบ) อยู่ในป่าดงปงไหวใช้เป็นสถานที่ฝึกวิชาป้องกันตัวสมัยโบราณ เช่น ฟันดาบ ชกมวย และศิลปะป้องกันตัว “จอผีหมา” เป็นสถานที่ทำพิธีบูชายันต์ แต่ละปีชาวบ้านจะนำสุนัขมาฆ่าเซ่นสังเวยบูชาเทพยดาฟ้าดิน บวงสรวงเพื่อให้เกิด ความสงบสุข ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล น้ำบ่อยา จากปงไหวระยะทาง 500 เมตร พบตาน้ำโบราณผุดออกจากใต้ต้นตะเคียนใหญ่ ชาวบ้านตั้งศาลบูชา สมัยโบราณใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆได้  “ไร่ลุงแสน” เป็นสถานที่ที่ลุงแสนไปถากถางปลูกสวนลำไยเป็นพื้นที่กว้างขวางยังคงมีร่องรอยให้เห็นอยู่  “เถาวัลย์สวย” เป็นรากไม้ใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีให้พบเห็นหลายจุดตามเส้นทางเดินเข้าสู่ ป่าดง ปงไหว

(แก้วทิพย์ แฟนหนังไทย- เรื่อง)

 

Post Author: adminwp

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *