Project หนังใหม่: หาเรื่อง…ทำหนัง(๖) อี่เปรี้ยวฆ่าหั่นศพ

BASED ON A TRUE STORY

เรื่อง – Beautiful Killer

Genre: Drama สืบสวนสอบสวน

PLOT:  10 วันสุดท้ายแห่งอิสรภาพของ เปรี้ยว เอิร์น แจ้ …กับชีวิตที่ต้องหนีความผิด หลังจากที่ร่วมกันฆาตกรรม “ฆ่าหั่นศพ”  ขณะที่ ปรากฏเป็นข่าวดังทางทีวี.และโลกออนไลน์ โดยที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญและอยู่ในกระแสความสนใจของคนในโลกออนไลน์ ส่งผลกระทบจ่อภาวะจิตใจและสะเทือนสังคม หลังจากการต่อจิ๊กซอว์ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ จึงพร้อมออกหมายจับและไล่ล่ามาดำเนินคดี แต่…หลังการจับกุมและไต่สวน-ขึ้นศาลก็ยังมีการพลิกคำให้การไปมา จนกระทั่งศาลนัดฟังคำพิพากษาใช้เวลากว่า 1 ปี

THEME: คดีสะเทือนขวัญในยุคสังคมที่เต็มไปด้วยอันตราย และอ่อนไหวต่อการกระทำรุนแรง(ฆ่า-หั่นศพ-อำพราง-หลบหนี)  การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ – สื่อมวลชน -และ สื่อออนไลน์

ผู้กำกับ: ชอบงานของ จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ จาก ลัดดาแลนด์ คิดว่าคนรุ่นใหม่ถ้าได้ทำ “เรื่องจริง” คงมีมุมมองที่สะท้อน กะเทาะ หรือเสียดสี ได้แหลมคม อีกอย่าง..อารมณ์ทริลเลอร์ก็น่าจะเจือๆในเรื่องได้

บันทึกการทำบทภาพยนตร์  :  แม้จะเป็นเหตุการณ์ สยองขวัญ สั่นสะเทือนอารมณ์และศีลธรรม แต่อีกมุมมันมี ความเท่ ที่ตัวฆาตกร มีคาแรคเตอร์แบบสวนทางกับความอำมหิต เธอดูสวย เปรี้ยวสมชื่อ ดูเท่ มั่น และเป็นเน็ตไอดอลกลายๆ ซึ่ง…ในอีกมุม จะมองว่าเป็นความเลือดเย็น อำมหิต ผิดปกติ หรือ จิตป่าววะ ก็ได้.. และเป็นการ ฆาตกรรม ที่มาร่วมสมัยกับ อิทธิพลของโลกออนไลน์ด้วย…มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา มีการลอกเลียนการแต่งกายและถือหมอนลายเดียวกับที่ฆาตกรใช้..มีแม้แต่ตร.ขอถ่ายรูปกับผู้ต้องหา  มีแชตไลน์ของฆาตกรกับญาติสนิท ฯลฯ ขณะที่สื่อทีวี.ยุคดิจิตอล ก็ประกบติดข่าวแข่งกับ ซีรีส์เกาหลี กลายเป็นเรื่องฮิตติดจอ ไปจนถึงการซัดถอดระหว่างกันของทีมจำเลย…การกลับคำในศาล…ความพยายามของทนายฝ่ายจำเลยเพื่อบรรเทาผิด และ ด้านที่เป็นข่าวน้อยที่สุดก็คือ ความทุกข์ยากสลดใจของผู้สูญเสีย….หลายๆ อย่าง มันกะเทาะเปลือกสังคมและเปลือกความเป็นมนุษย์ไปพร้อมๆ กับการสืบสวนสอบสวนและเอาผิด

เหตุการณ์จริง :  หนึ่งในคดีสุดสะเทือนขวัญสังคมไทย เมื่อปี2560  “ฆ่าหั่นศพ!!” น้องแอ๋ม หรือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย  วัย 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะที่ถูกกระทำอย่างเหี้ยมโหด นำทีมโดย เปรี้ยว, เอิร์น, แจ้, เบนซ์ และ วศิน ซึ่งจับยัดใส่ถุงดำและฝันดินใน อ.เขาสวนวาง จ.ขอนแก่น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คดีนี้ได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างต่อเนื่อง และเต็มไปด้วยหลากอารมณ์ทั้งสะเทือนขวัญ หมั่นไส้ เกลียดชัง และชื่นชม?  ด้วยพฤติการณ์และบุคลิกอันโดดเด่นของ ฆาตกรสาวแสนสวย ผู้ไม่เคยแสดงอาการสะทกสะท้านต่อความผิด พร้อมผองเพื่อนที่ร่วมกันกระทำการอันอุกอาจ โหดเหี้ยมและเลือดเย็น กระทั่งถึงวันพิพากษาคำตัดสินของศาลชั้นต้น นับเป็นอีกหนึ่งคดีดังในประวัติศาสตร์เหตุอาชญากรรมของเมืองไทย

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 ชาวบ้านในพื้นที่ บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน จากนั้นมือฆ่าได้นำศพฝังดิน ขณะนั้นยังไม่มีใครทราบว่าผู้ตายคือใคร?   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน ก่อนจะทราบว่า ผู้ตายคือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 23 ปี หญิงสาวหน้าตาดี ทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เบื้องต้นหลังพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมในการสังหารไว้คือ ขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว รวมไปถึงลวงฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้าย และเมื่อทำการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการกดเงินออกจากบัญชี โดยมีสาวทอมชื่อ น้ำฝน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเป็นคนไปส่ง

TIMELINE :

25 พฤษภาคม 2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบศพ น้องแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะ ถูกฆ่าหั่นศพ ยัดในถังแล้วฝังดิน ในป่าละเมาะ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น

26 พฤษภาคม 2560
จากการสอบปากคำสามีของน้องแอ๋ม ไม่พบพิรุธใด ยืนยันว่าครั้งล่าสุดที่ได้คุยกันคือเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 23.47 น.

27 พฤษภาคม 2560
เจ้าหน้าที่เรียก “ทอมน้ำฝน” มาสอบสวน หลังพบภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะพา “น้องแอ๋ม” ไปกดเงินในคืนวันที่ 22 พฤษภาคม ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ก่อนจะไปเที่ยวกันถึงเวลาประมาณ 04.00 น. วันถัดไป

28 พฤษภาคม 2560
ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ได้ไปเจอ นายเก้า (ชายไทย ผู้ต้องหาคดียาเสพติด) และได้พาออกจากร้านไป ก่อนที่ทั้ง 3 คน แยกกับนายเก้าและหลบหนีต่อด้วยตัวเอง โดยหนีไปอยู่บ้านร้าง ในพื้นที่บ้านแม่ขาว ใต้สะพานไทย-เมียนมา แห่งที่ 2

29 พฤษภาคม 2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหา ได้แก่ นายวศิน , น.ส.เปรี้ยว , น.ส.เอิร์น และ น.ส.เบนซ์

30 พฤษภาคม 2560
พยานใกล้ชิดให้การว่า น.ส.เปรี้ยว ยอมรับว่าเป็นคนลงมือฆ่าน้องแอ๋ม และหลบหนีไปที่ฝั่งเมียนมาแล้ว และในวันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายวศิน ได้ที่ สปป.ลาว ซึ่งเจ้าตัวอ้างแค่เป็นเพียงคนขับรถให้ ไม่เกี่ยวกับการฆ่าน้องแอ๋ม พร้อมกับซัดทอด น.ส.แจ้ ว่าเป็นหนึ่งในทีมฆาตกรรม แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ

31 พฤษภาคม 2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหารายที่ 5 คือ น.ส.แจ้ ซึ่งเป็นเพื่อนกับ น.ส.เปรี้ยว ขณะที่ น.ส.เบนซ์ แฟนของนายวศิน บอกไม่เกี่ยวฆ่าหั่นศพ เพราะช่วงที่เกิดเหตุอยู่กรุงเทพฯ แต่ยอมรับนำทรัพย์สินผู้ตายไปขาย

3 มิถุนายน 2560
ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ตัดสินใจออกจากบ้านร้าง เวลาประมาณ 19.49 น. วงจรปิดจับภาพได้ที่ตลาดท่าล้อ ก่อนนั่งรถตุ๊กตุ๊กไปที่สภ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อมอบตัว เวลาประมาณ 20.30 น. ต่อมาในเวลา 21.30 น. ทางการเมียนมาส่งมอบตัวผู้ต้องหาที่กลางสะพานด่านแม่สาย ก่อนนำตัวทั้ง 3 คนมาที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น

4 มิถุนายน 2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาสอบสวนและแถลงข่าวที่ กทม. โดยทั้งหมดยอมรับสารภาพ อ้างมาจากความแค้นส่วนตัว โดยที่ น.ส.เปรี้ยว เป็นคนลงมือฆ่า และ ตัดสินใจหั่นศพเพื่อทำลายหลักฐาน โดยมีนายวศินเป็นผู้ลงมือหั่นด้วย

5 มิถุนายน 2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เปรี้ยว เอิร์น แจ้ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้ง 8 จุด เริ่มที่รีสอร์ตซึ่งเป็นจุดหั่นแยกชิ้นส่วนศพ และถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำ

22 สิงหาคม 2560
อัยการส่งสำนวนคดี สั่งฟ้องแก๊งฆ่าหั่นศพ ได้แก่ เปรี้ยว เอิน แจ้ วศิน โดน 5 ข้อหาหนัก ขณะที่ เบนซ์ โดนแค่เพียงข้อหาลักทรัพย์

23 สิงหาคม 2560
ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดสอบคำให้การครั้งแรก ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง เปรี้ยวและพรรคพวก ได้กลับคำให้การ ปฏิเสธฆ่าหั่นศพ ขณะที่อัยการคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด

19 กันยายน 2560
ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดสอบพยานและตรวจเอกสารหลักฐานในคดีนี้อีกครั้ง โดยในครั้งนี้ เปรี้ยวและพรรคพวกได้เผชิญหน้ากับครอบครัวผู้เสียชีวิตในชั้นศาล ได้กราบขอขมาและขอโทษทุกคน

20 กุมภาพันธ์ 2561
ศาลจังหวัดขอนแก่น เริ่มนัดสืบพยานและไต่สวนคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มเป็นวันแรก เบนซ์ หนึ่งในผู้ต้องหาได้กลับคำให้การ สารภาพต่อหน้าศาลว่าได้ร่วมมือก่อเหตุฆ่าหั่นศพด้วย

21 กุมภาพันธ์ 2561
ในวันที่ 2 ของการนัดสืบพยานและไต่สวนคดีฆ่าหั่นศพ เปรี้ยว ยืนยันไม่ได้ฆ่าหั่นศพ ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คน รับสารภาพแค่เพียงร่วมกันทำลายศพเพียงเท่านั้น

27 กุมภาพันธ์ 2561
เปรี้ยว และพรรคพวกที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ จ่ายค่าทำบุญให้ น้องแอ๋ม เป็นจำนวนเงิน 55,000 บาท

14 มีนาคม 2561
วันสุดท้ายของการสืบพยานโจทก์คดีฆ่าหั่นศพ ปรากฏว่า เปรี้ยว ได้ยอมรับสารภาพเพียงข้อหาเดียว คือ หั่นศพแต่ไม่ได้ฆ่า ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีในวันที่ 29 มิถุนายน 2561

8 พฤษภาคม 2561
ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้มีคำสั่ง เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาจากเดิมวันที่ 29 มิถุนายน 2561 มาเป็นวัน 10 พฤษภาคม 2561 แทน

เรื่องย่อ –  เปรี้ยว เอิร์น แจ้ สามสาวสวยเดินทางจากด่านเชียงรายข้ามไปเมียนมาร์…ทั้งสามพยายามทำตัวเป็นปกติไม่มีพิรุธ…จนกระทั่งข้ามฝั่งไปได้ ทั้งสามกระโดดโล่งใจและคิดว่า “หนีรอด”แล้ว….สามสาวเข้าไปทำงานที่ร้านอาหารซึ่งติดต่อประสานไว้ก่อน..และพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไม่มีท่าทีสลดอันใด ขณะที่มีข่าวดังปรากฏทางโทรทัศน์และสื่อออนไลน์…..

……วันเดียวกันนั้น วันที่ 25 พ.ค.2560 ชาวบ้านในพื้นที่ บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน จากนั้นมือฆ่าได้นำศพฝังดิน ขณะนั้นยังไม่มีใครทราบว่าผู้ตายคือใคร?  ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน ก่อนจะทราบว่า ผู้ตายคือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 23 ปี เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เบื้องต้นหลังพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมในการสังหารไว้คือ ขัดแย้งส่วนตัว เรื่องชู้สาว รวมไปถึงลวงฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้าย และเมื่อทำการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการกดเงินออกจากบัญชี โดยมีสาวทอมชื่อ น้ำฝน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเป็นคนไปส่ง จากการสอบปากคำ น้ำฝนให้การว่า เมื่อเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 23 พ.ค.60 ตนพาน้องแอ๋มไปกดเงินที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง  จากนั้นได้พาน้องแอ๋มไปส่งที่หน้าปากซอยหอพัก ส่วนตนก็กลับหอพักตัวเอง และเมื่อตนถึงห้องก็วิดีโอคอลคุยกับผู้ตาย  ขณะวิดีโอคุยกันนั้น น้องแอ๋มอยู่ด้านล่างหอพัก และขาดการติดต่อนับแต่นั้น…

วันที่ 25 พ.ค. ตนทราบข่าวว่า น้องแอ๋มเสียชีวิตโดยมีน้องชายทักแชทเฟซบุ๊กมาบอก สำหรับการคบหากับแอ๋มนั้น น้ำฝนระบุว่า รู้จักกันประมาณ 1 อาทิตย์เท่านั้น โดยเป็นการรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก พบกันประมาณ 3-4 ครั้ง …นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เรียกตัว “ป๊อปปี้” ทอมเพื่อนสนิทอีกคนของน้องแอ๋มมาสอบปากคำ เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่น้องแอ๋มสนิทด้วย อีกทั้งทั้งคู่ยังพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ป๊อปปี้ระบุว่า ตนติดต่อน้องแอ๋มได้ครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 06.22 วันที่ 23 พ.ค.โดยผู้ตายบอกว่ายังอยู่กับเพื่อน จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย…

สำหรับ ป๊อปปี้ เคยคบหากับผู้ตายมาประมาณ 3 ปี จนกระทั่งผู้ตายไปแต่งงานกับ นายศักดิ์ชัย อายุ 35 ปี ชาว จ.หนองคาย โดยช่วงที่ผู้ตายไปแต่งงานก็ได้เลิกคบกันไป แต่ก็มีการโทรพูดคุยกันบ้างตามประสาคนรู้จัก แต่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ติดต่อมาว่าจะมาทำงานที่ จ.ขอนแก่น จึงตัดสินใจเช่าอพาร์ทเมนท์และพักอาศัยอยู่ด้วยกัน

…..ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายถูกเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด รวมไปถึง นายศักดิ์ชัย สามีของน้องแอ๋ม เย็นวันที่ 26 พ.ค.นายศักดิ์ชัย ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสวนกวาง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสยองนี้อย่างแน่นอน…สำหรับความสัมพันธ์กับผู้ตายนั้น ตนแต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมาตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ กทม. ส่วนตัวทราบดีว่าผู้ตายเคยคบหาสาวหล่อมาก่อน ชื่อ ป๊อปปี้ หลังแต่งงานตนต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ๆ เพราะทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แฟนสาวจึงไปอยู่กับญาติที่ จ.ชัยนาท จากนั้น แฟนสาวก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่าง กทม. กับ จ.ชัยนาท จนกระทั่งแฟนสาวขอมาอยู่กับญาติที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะห้ามแล้วไม่ฟัง และทราบดีว่าแฟนสาวมาอยู่กับสาวทอมชื่อ ป๊อปปี้ แต่ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร และยังติดต่อกันอยู่เสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคือวันที่ 22 พ.ค.เวลา 23.47 น. ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้อีกเลย….

*** หลังจากทั้ง 3 คนถูกเรียกตัวมาสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ไม่พบพิรุธหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ  ขณะที่แนวทางการสืบสวนพบรถต้องสงสัยที่ผู้ตายขึ้นไปก่อนพบกลายเป็นศพ แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ…..

ระหว่างนั้นคดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้คน ในส่วนของโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าใคร? คือฆาตกรฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มกันแน่

และช่วงเช้าของวันที่ 29 พ.ค. ดูเหมือนอะไร ๆ ค่อย ๆ คลี่คลายลง เมื่อมีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้น ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน ประกอบด้วย นายวศิน  อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์ อายุ 21 ปี , น.ส.ปรียานุช (เปรี้ยว) อายุ 24 ปี และ น.ส.กวิตา (เอิร์น) อายุ 25 ปี

เย็นของวันที่ 29 พ.ค. นายวศิน 1 ในผู้ต้องหา ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ในช่วงเที่ยงวัน แต่แล้วเมื่อถึงเวลานัดหมายก็ไม่มีการเข้ามอบตัว จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภาค 4 สามารถทำการจับกุมตัว นายวศิน ที่เกสต์เฮาส์ ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

จากการสอบสวนนายวศินให้การเบื้องต้นว่ารู้เห็นกับการฆาตกรรมจริง โดยซัดทอด น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว เป็นผู้ลงมือฆ่าและทำลายศพ โดยก่อนเกิดเหตุไปเช่ารถซีอาร์วีมาให้ตนเป็นคนขับ จากนั้นได้ลักพาตัวน้องแอ๋ม โดยระหว่างทาง น.ส.เปรี้ยวได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวน้องแอ๋มแล้วซ้อม ซึ่งน้องแอ๋มก็พูดออกมาว่าซ้อมเลย ถ้ารอดไปได้จะมาเอาคืน ปรากฏว่า น.ส.เปรี้ยวซ้อมและบีบคอน้องแอ๋มจนขาดใจตายบนรถ

นายวศินระบุ เปรี้ยวบอกให้พาไปยังที่ดินของตนเองใน อ.เขาสวนกวาง เพื่อนำศพน้องแอ๋มไปทิ้ง ระหว่างทางได้ซื้ออุปกรณ์พวก เลื่อย ใบมีด ถุงพลาสติก ปูนซีเมนต์ และเสียม ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ส่วนผู้ที่ลงมือหั่นศพคือ น.ส.เปรี้ยว ตนเองไม่ได้ทำ เพียงแค่มีหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น

ก่อนจะขับรถไปที่รีสอร์ต ในพื้นที่บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แล้วลงมือหั่นศพแอ๋มด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุมาจาก น.ส.เปรี้ยวมีความแค้นส่วนตัวกับน้องแอ๋ม โดย น.ส. เปรี้ยว อ้างว่าน้องแอ๋มเป็นสายชี้เป้ากับตำรวจให้จับกุม เปรี้ยวในคดียาเสพติด เมื่อมีโอกาสจึงคิดแก้แค้น

ทั้งนี้คำให้การดังกล่าวตรงกับพี่สาวของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ที่ได้เผยกับตำรวจไปก่อนหน้านี้ว่า น้องสาวเป็นผู้ลงมือฆ่าและหั่นศพน้องแอ๋มด้วยตนเอง โดยพี่สาวของเปรี้ยวระบุ มีการติดต่อพูดคุยทางโปรแกรมแชทเมื่อช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันที่ 29 พ.ค.

น้องสาวเล่าว่าพลั้งมือฆ่าน้องแอ๋ม เพราะแค้นที่ถูกหักหลังเรื่องยาเสพติด โดยก่อนจะลงมือนั้นได้ออกอุบายให้ผู้ตายออกมาหา ตอนแรกแค่ต้องการสั่งสอนให้หายแค้น เพราะผู้ตายพาตำรวจไปจับแฟนหนุ่มที่ค้ายา และยังถูกขยายผลไปบ้านแม่

มีกระแสข่าวออกมามากมายว่าเปรี้ยวและเพื่อนของเธอ ติดต่อขอมอบตัว แต่แล้วสุดท้ายก็ไม่มีใครเข้ามอบตัว อีกทั้งยังพบว่า ผู้ต้องหาต่างพากันแยกย้ายหลบหนี

มีข่าวออกมาแม้กระทั่งว่า น.ส.กวิตา หรือเอิร์น และ เปรี้ยว ถูกจับกุมได้ที่ฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน แต่มีเบาะแสเพิ่มขึ้น เมื่อกล้องวงจรปิดด่านแม่สายสามารถจับภาพรถต้องสงสัยคันหนึ่งได้

จากการตรวจสอบกล้องพบว่า วันที่ 25 พ.ค. 3 สาวได้หนีไปประเทศเมียน มา โดยมีรถมารับไป และเมื่อทำการตรวจสอบทำให้ทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่มารับพวกเธอไปทำงานที่ร้านอาหาร ซึ่งอยู่ทางฝั่งเมียนมา ทางเจ้าของร้านอาหาร เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อจากกลุ่มผู้ต้องหาว่า พวกเธอสนใจที่จะเข้าทำงานที่ร้านอาหารของตน โดยได้รับการติดต่อตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. และวันที่ 25 พ.ค. กลุ่มผู้ต้องหาก็เดินทางมาที่แม่สาย ซึ่งตนอยู่ต่างจังหวัดจึงให้ผู้จัดการร้านไปรับ และปกติทางร้านจะส่งคนไปรับพนักงานอยู่แล้ว  ทั้งนี้ทางผู้จัดการร้านแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหามากันทั้งหมด 3 คน คือ เปรี้ยว เอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ หรือแจ้ ซึ่งวันที่ 25 พ.ค.ผู้จัดการร้านได้พาทั้ง 3 ข้ามด่านแม่สาย และไปพักที่ อ.ท่าขี้เหล็ก จากนั้นทั้ง 3 สาวก็หายไปกับลูกค้า สำหรับการเดินทางข้ามประเทศของทั้ง 3 สาวนั้น มีการขอหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ที่ อ.แม่สาย และ ตม.ก็สแตมป์ออกให้ตามปกติ

วันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัว น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับได้ หลังหนีกลบดานในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี หลังถูกสอบสวนผู้ต้องหารายนี้ให้การว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าและหั่นศพน้องแอ๋ม เพราะในวันเกิดเหตุอาศัยอยู่กรุงเทพฯ แต่ยอมรับว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาหาจริง โดยเบนซ์นั้นเป็นแฟนสาวของวศิน แม้เธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์การฆาตกรรมน้องแอ๋ม แต่เธอคือบุคคลที่นำทรัพย์สินของผู้ตายไปขาย

สำหรับแจ้ หรือ  น.ส.อภิวันทน์ คนร้ายคนที่ 5  เธอคือบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ลงมือฆ่าน้องแอ๋มทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวบพยานหลักฐานยื่นต่อศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออนุมัติหมายจับ สำหรับ น.ส.ปรียานุช หรือ น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น ก็กลบซ่อนตัวอยู่ในในประเทศเมียนมา ซึ่งจนท.ได้เร่งประสานการจับกุม

ทั้งนี้ พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.3 บก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ทำการควบคุมตัว นายวศิน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย และ สปป.ลาว จับกุมตัวได้ เมื่อวานนี้ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำแผนประมาณ 10 นาที โดยเริ่มจากจุดทีนายวศินขับรถมาจอด การช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงจากรถ การช่วยกันขุดหลุมและนำศพลงไปฝังดิน ก่อนนำตัวกลับไปทำการควบคุมตัวของทางเจ้าหน้าที่

29 พ.ค.2560  เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า น.ส.กวิตา หรือเอิร์น อายุ 25 ปี น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว อายุ 24 ปี สองผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ หลบหนีไปกบดานในประเทศเมียนมา ฝั่งตรงกันข้ามอ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่อมาศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่เมียนมาให้ช่วยจับกุมตัว เบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่อยู่ในเขตจ.ท่าขี้เหล็ก ใกล้พรมแแดนไทย

อย่างไรก็ตามตำรวจเมียนมาได้ขอให้เจ้าหน้าที่ไทย ประสานงานผ่านหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีข้อตกลงระหว่างไทยและเมียนมา รวมทั้งตำรวจเมียนมาไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวอย่างชัดเจน ตำรวจไทยจึงได้ประสานงานผ่านทีบีซี ซึ่งพ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.3 กองกำลังผาเมือง เป็นประธานทีบีซีฝ่ายไทย และ พ.ท.อ่อง ติน อู ผบ.กองพันเคลื่อนที่เร็ว 526 เป็นประธานทีบีซีฝ่ายเมียนมา และมีหน่วยงานขึ้นตรงทีบีซีประจำอยู่ที่ชายแดน เพื่อให้ช่วยชี้เบาะแสผู้ต้องหาและเปิดทางตำรวจเมียนมาเข้าไปจับกุม

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสถานที่ที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนถูกตรวจพบเป็นร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใกล้ถนนสายท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง ห่างจากพรมแดนไทยด้านอ.แม่สาย เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่พบว่าทั้งคู่ทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวข้ามไปยังเมียนมาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ก่อนจะมีหมายจับจากศาล โดยเดินทางด้วยรถยนต์กระบะฟอร์ด สีขาว จากนั้นคาดว่าได้พากันไปอาศัยและทำงานพร้อมกันที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าว ทั้งนี้หากมีการประสานงานจนถึงขั้นที่ตำรวจเมียนมาเข้าทำการจับกุมตัวแล้ว จะส่งมอบผู้ต้องหาผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)แม่สาย ตรงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสาย ข้ามมายังอ.แม่สาย จ.เชียงรายของไทย จากนั้นจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งไปดำเนินคดีที่ จ.ขอนแก่น ต่อไป ซึ่งเวลาเปิดด่านพรมแดนคือ 06.30-21.00 น.ของทุกวัน.

เผย ‘เปรี้ยว’ ซัดทอด ‘วศิน’ ร่วมแก๊งหั่นศพ ชี้ปมฆ่าแอ๋ม

4 มิถุนายน 2560

เบื้องลึก “เปรี้ยว” เล่าเบื้องหลังแค้นฆ่า “แอ๋ม” พร้อมซัดทอด “วศิน” ร่วมแก๊งหั่นศพ เผยขณะหนีมีเงินหลายหมื่นใช้จนหมด อยากมอบตัวแต่เพื่อน “เอิร์น-แจ้” ขอเวลาทำใจ หนีจากร้านคาราโอเกะไปหลบในหมู่บ้าน พาเดินตลาดก่อนถูกรวบ

ความคืบหน้ากรณีทางการประเทศเมียนมา ควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย , น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันทน์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต ผู้ถูกกล่าวหาในคดีร่วมกันฆ่าและอำพรางศพ น.ส.วาริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย ส่งให้กับทางการไทยช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 3 มิ.ย.2560
ชุดสืบสวนที่เป็นสุภาพสตรี ทำหน้าที่เฝ้า น.ส.ปรียานุช ระหว่างถูกควบคุมตัวได้พูดคุยกับ น.ส.ปรียานุช เกี่ยวกับการฆาตกรรม น.ส.วาริศรา โดยอ้างว่ามูลเหตุจูงใจที่ทำเพราะความโกรธแค้นในเรื่องของเงินที่ น.ส.วาริศรา เอาไปรวมถึงเป็นผู้แจ้งให้ตำรวจจับ นายวงศกร หรือ ฟร้อนซ์ วรนาม ซึ่งเป็นสามีที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน
น.ส.ปรียานุช อ้างว่า การฆ่ารวมถึงการอำพรางศพซึ่งในคืนเกิดเหตุนายวศิน น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันทน์ ช่วยกันชำแหละศพ น.ส.วาริศรา  ซึ่งหลังจากฝังศพก็แยกย้ายกันหนี โดยตนเองมีเงินติดตัวราวหนึ่งแสนบาทจึงเดินทางไปประเทศเมียนมา พร้อมกับ น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันทน์ เมื่อไปถึงก็ไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะ ประมาณ 2 วันแต่ทางร้านที่ทำงานถูกกดดันและอาจถูกปิดร้าน จึงออกมาหลบอยู่ในป่าและบ้านร้างแห่งหนึ่ง ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในเมืองท่าขี้เหล็ก โดยใช้เงินที่มีติดตัวเป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ซึ่งก่อนหน้านี้คิดจะเข้ามอบตัว แต่สงสาร น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันทน์ บอกว่าขอเวลาทำใจก่อน จนกระทั่งไปเดินซื้อของก่อนถูกควบคุมจนมีการส่งตัวมาดังกล่าว

   ส่วนนายธวัชชัย หรือ ก้าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมพร้อมยาบ้าและยาไอซ์ในท้องที่ สภ.ปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2559 และได้หลบหนีหลังการประกันตัวในชั้นศาล ที่ถูกระบุว่าเป็นคนที่พาเปรี้ยวและเพื่อนหลบหนีออกจากที่พักของโอโซนสปาแอนด์คาราโอเกะ ตอนนี้ก็ยังคงหลบหนีอยู่ในเมียนมา ทางคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นก็ได้ประสานเมียนมาให้ติดตามจับกุมตัวแล้วแต่ไม่พบตัว อย่างไรก็ตามคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยังให้การวกวน ประกอบกับมีผู้เผยแพร่คลิปในโซเซียลพบทั้ง 3 คนใส่ชุดเหมือนที่สวมใส่ขณะมอบตัว เดินช้อปปิ้งอยู่ในย่านตลาดแห่งหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงจะสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงกับใครบ้าง  โดยที่ทางผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมาสอบสวนด้วยตนเองในสายของวันนี้และจะรับตัวไปดำเนินคดีเขตสอบสวนของตำรวจภาค 4 ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุต่อไป

       ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่นกับภาพ 3 ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริสรา กลิ่นจุ้ย ได้แก่ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ทำการแต่งหน้าแต่งตาขณะอยู่ในสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ก่อนออกมาพบตำรวจและสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มชู 2 นิ้วถ่ายภาพกับ จนท. โดยไม่มีสีหน้าสะทกสะท้าน อีกทั้งไม่มีการใส่กุญแจมือ

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุว่าการแต่งหน้าก็เป็นปกติของผู้หญิง ส่วนการไม่ใส่กุญแจมือเพราะว่า 3 ผู้ต้องหาคงไม่หลบหนี เพราะอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา และผู้ต้องหาตั้งใจมอบตัวอยู่แล้ว

นอนคุก-เปรี้ยวเครียด โฮทั้งคืน เด้ง2ตร.ถ่ายรูปคู่ ผลตรวจ”แจ”พบฉี่ม่วง ส่งจิตแพทย์คุย3สาว ปปส.โยงยาข้ามชาติ “ภ.4″ระบุหลักฐานปึ้ก

วันที่ 7 มิถุนายน 2560 – 09:12 น.

“เปรี้ยว”นอนคุกเครียดจัด ร้องไห้โฮทั้งคืน ผู้การตม.สั่งเด้ง 2 นายตำรวจยศ พ.ต.ท.-ร.ต.อ. ถ่ายรูปคู่ผู้ต้องหาขณะถูกควบคุมตัวที่ตม.แม่สาย พร้อมให้สอบสวนเอาผิด หลังภาพยิ้มร่าว่อน เผยผลตรวจ”แจ้” พบฉี่ม่วง พร้อมรับว่าเสพยาที่ เมียนมาก่อนมอบตัว ด้านทนายความวศิน-เบนซ์ เตรียมขอเข้าพบผู้ต้องหาทั้งหมดทำเรื่องสู้คดี ด้านพี่สาวเบนซ์ ยันน้องไม่เกี่ยว แค่ถูกหลอกให้ไปขายโทรศัพท์ให้ เผยหลานวัย 5 ขวบถูกล้อเป็นลูกฆาตกร ป.ป.ส.ยันเปรี้ยวมีข้อมูลเกี่ยวพันแก๊งยาข้ามชาติ เตรียมประสานข้อมูลขอหลักฐานดำเนินคดี ตร.ภาค 4 ยันหลักฐานปึ้ก ทั้งเลื่อย-มีด มีครบ 

(เพิ่มเติม : เผยแช็ตไลน์‘เปรี้ยว’ขู่ฆ่า‘แอ๋ม’!! ‘ทอมป๊อปปี้’เปิดใจหลังแม่สงสัยรู้เห็นหั่นศพ ปัดลวงไปตาย(คลิป))
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น มีประชาชนที่สนใจข่าวความเคลื่อนไหวคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม มาติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์โดยรวมบริเวณด้านหน้าเรือนจำ หลังจากที่ศาล จ.ขอนแก่น อนุมัติฝากขัง น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว น.ส. อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ และ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก 12 วัน โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกส่งต่อตัวคุมขังไว้ภายในเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ เย็นวันที่ 5 มิ.ย. ขณะที่น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันนั้นศาล จ.ขอนแก่นมีคำสั่งฝากขังตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.

นายวีรชัย เพชรัตน์ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่นกล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ต้องเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่การตรวจร่างกาย ตรวจสอบทรัพย์สินหากพบจะถูกตรวจยึดโดย เจ้าหน้าที่หญิง การพบแพทย์ พบนักจิตวิทยาและการสแกนร่างกาย ซึ่งไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จากนั้นทั้งหมดจะถูกส่งตรวจปัสสาวะ ซึ่งพบปัสสาวะเป็นสีม่วงของน.ส.แจ้ จึงสอบสวนเฉพาะ ซึ่ง น.ส.แจ้ ยืนยันว่าเสพยาเสพติดมาจากฝั่งเมียนมา เมื่อ 5 วันก่อน

“สภาพของผู้ต้องหาใหม่ มีความเครียด โดยเฉพาะน.ส.เปรี้ยว ที่เครียดอย่างเห็นได้ชัด ยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถสอบสวนได้ เนื่องจากยังคงปรับสภาพร่างกายไม่ได้ เมื่อถูกส่งต่อการคุมขังมาที่เรือนจำกลางขอนแก่น ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยผู้ต้องหาในคดีสำคัญ ส่วนการควบคุมตัวทั้งหมดถูกแยกขัง มีกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว ป้องกันผู้ต้องหาคิดสั้น จัดพี่เลี้ยง ที่เป็นผู้ต้องขังหญิงชั้นดีประกบ 2 คนต่อ 1 ผู้ต้องขัง ดูแลและป้องกันเหตุร้าย ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเปรี้ยวที่มีอาการเครียดกว่าคนอื่นๆ” และว่า ส่วนการเยี่ยมผู้ต้องขังของญาตินั้น ยังคงเป็นตามระเบียบ คือสามารถเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. เช่นเดียวกับทนายความหรือพนักงานสอบสวนที่จะเข้าพบกับผู้ต้องขัง

นายวีรชัยกล่าวอีกว่า วันนี้ทางสถานพยาบาลจะทำหนังสือไปถึงโรงพยาบาลขอนแก่น ขอให้ส่งนักจิตแพทย์มาพูดคุยและทำประวัติผู้ต้องขังทั้ง 3 คนอย่างละเอียด เพื่อดูพฤติกรรมและความคิด เนื่องจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งการลงมา เพราะคาดว่าอาจจะมีความคิดผิดปกติ คาดว่า 2-3 วัน ทางจิตแพทย์คงจะเดินทางตรวจ

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า จากการใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย ไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งการทดสอบลักษณะนี้เรือนจำจะต้องใช้ประเมินผู้ต้องขังในคดีที่ค่อนข้างไม่ปกติ มีการก่อเหตุในรูปแบบที่สะเทือนขวัญ และเมื่อคืนที่ผ่านมา ทราบว่าน.ส.ปรียานุชมีลักษณะเหมือนจะร้องไห้ แต่ร้องเพราะสาเหตุอะไรไม่ทราบ ซึ่งอาจจะเกิดจากอาการเสียใจหรือกดดัน และเครียดก็ได้ เพราะเป็นเรื่องปกติของ ผู้ต้องขังใหม่ที่เข้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องขังทั้ง 3 คน ยังได้พบหน้าหรือพูดคุยกันหรือไม่ นายกอบเกียรติ กล่าวว่า เรือนจำกลางขอนแก่นมีแดนคุมขัง ผู้ต้องขังหญิงเพียง 1 แดนเท่านั้น โอกาสที่จะได้พบเจอกันก็มี ส่วนเรือนนอน มี 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นห้องรวมใหญ่นอนรวมกัน ชั้นล่างมีห้องรวมแบ่งเป็นซ้ายขวา และมีการแบ่งเป็นห้องเล็กประมาณ 3 ห้อง โดยเอาไว้ให้แยกผู้ต้องขังป่วย ผู้ต้องขังชรา ซึ่งทั้ง 3 คน ถูกจับแยกห้องนอนคนละห้อง ซึ่งผู้ต้องขังใหม่ก็จะอยู่ในนี้ได้ไม่นาน เป็นเพียงช่วงสั้นๆ เพื่อปรับตัว จากนั้นก็จะถูกให้ไปนอนรวมกับผู้ต้องขังรายอื่น

ถามต่อว่า ผู้ต้องขังในเรือนจำทราบเรื่องคดีของทั้ง 3 คนหรือไม่ นายกอบเกียรติกล่าวว่า ทราบ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีขาใหญ่รุมทำร้าย หรือรับน้องอะไรเหมือนในหนังภาพยนตร์ เพราะความจริงผู้ต้องขังในเรือนจำไม่มีใครอยากเอาเรื่องมาใส่ตัว ทุกคนไม่อยากถูกจัดอันดับไปเป็นนักโทษชั้นเลว ดังนั้น ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าไปหาเรื่องทะเลาะตบตีกันอันนี้ต้องดำเนินการ

วันเดียวกัน ที่ศาลจ.ขอนแก่น นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นายวศิน นามพรม และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม ได้เดินทางมาจัดเตรียมเอกสารในด้านต่างๆ ตามระเบียบของศาล โดยนายธนัญชัย กล่าวว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ตกเป็นผู้ต้องหา แต่คดี ดังกล่าวนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแนวทางการต่อสู้คดียังคงต้องเข้าพบลูกความที่ถูกคุมขัง เพื่อเตรียมการในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการยื่นประกันตัว โดยก่อนหน้านี้ใช้หลักทรัพย์ 1,300,000 บาท ขอประกันตัว น.ส.จิดารัตน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนเดียวที่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ขณะนี้ทีมทนายความและครอบครัวของผู้ต้องหาทั้ง 2 ต้องหารือกันใหม่ โดยเป็นไปได้ว่าจะยังคงไม่ยื่นขอประกันตัวในระยะนี้ เพราะคดียังคงเป็นที่สนใจของประชาชน

นายธนัญชัยกล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ตนขอเข้าพบผู้ต้องหาที่ร่วมในคดี ดังกล่าวอีก 3 คน แต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่อนุญาตให้เข้าพบ จึงจะประสานเข้าพบผู้ต้องหาทั้ง 5 คนอีกครั้ง ในฐานะทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จะต้องสอบสวนและทำสำนวนต่างๆ เพื่อต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาทั้งหมดที่พนักงานสอบสวนได้ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามลูกความของตนทั้ง 2 คนยังคงมีกำลังใจและให้ความร่วมมือต่างๆ อย่างดี

ด้านพี่สาวของเบนซ์ เปิดเผยในรายการโทรทัศน์ว่า ยืนยันว่าน้องสาวไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าหั่นศพ แต่ที่โดนลากไปเกี่ยวข้องเพราะเพื่อนรักอย่างเปรี้ยว และวศิน ไม่ยอมบอกว่าไปทำอะไรมา แล้วก็เดินทางเข้ากทม. ให้เอาโทรศัพท์ไปขายที่ร้าน โดยไม่บอกที่มาที่ไป ต่อมาเมื่อเป็นข่าว เบนซ์รู้ความจริง จึงโทรศัพท์ไปบอกตำรวจว่าจะไปหา แต่ก่อนจะถึงเขาสวนกวาง กลับถูกตำรวจจับกุมก่อนและตั้งข้อหาดังกล่าว

พี่สาวของเบนซ์เผยว่า ตอนนี้ลูกชายเบนซ์วัย 5 ขวบ กำลังประสบปัญหา เพราะถูกเพื่อนที่โรงเรียนรุมล้อว่าเป็นลูกฆาตกร ครอบครัวแย่หนัก พ่อก็ทรุด จึงขอให้สังคมอย่าเพิ่งตราหน้าว่าเราเป็นฆาตกร ขอให้ฟังข้อมูลหลักฐานทั้งหมดก่อน

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝัง ซ่อนเร้นหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์หรือรับของโจร มีเพียง น.ส.จิดารัตน์ ที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนี้การสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้แยกสอบเป็นรายๆ ไป ซึ่งก็จะทราบละเอียดว่าใครทำอะไรบ้าง ใครลงมือฆ่า ใครซื้อวัสดุชิ้นใด ใครหั่น ใครช่วย ใครฝัง รายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดของกลางได้ครบหมดทุกรายการ โดยเฉพาะหลักฐานชิ้นสำคัญในการแยกร่างน้องแอ๋มเป็นสองท่อนคือเลื่อยธนูและมีด

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดจากความแค้นส่วนตัว ระหว่างผู้ตายกับ น.ส.เปรี้ยว ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีความแค้นหรือโกรธเคือง แต่ช่วยเปรี้ยวในฐานะเพื่อนสนิท ส่วนการพัวพันยาเสพติดนั้น ผู้ต้องหาบางคนเป็นเพียงผู้เสพ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

ที่ห้องประชุม 903 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคารบี ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายทิฆัมพร ยะลา เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชำนาญการ สำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน รับหนังสือจากนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ให้ตรวจสอบกรณีเจ้าพนักงานตำรวจมีการบันทึกจับกุม น.ส.ปรียานุช กับพวก โดยมีรายชื่อ ผู้ร่วมจับกุมกว่า 90 ราย ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์อื่นใดในตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือไม่

นอกจากนี้ยังจะขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอความเห็นไปยังนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุง แก้ไข กฎเกณฑ์หรือระเบียบว่าด้วยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาเสียใหม่ ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง และไม่เป็นภาระต่อกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต. บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 ลงนามในคำสั่ง บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ที่ 36/2560 ลงวันที่ 4 มิ.ย. ให้ พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รองผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และ ร.ต.อ.ธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตม.5 สืบเนื่องจากสังคมออนไลน์นำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ขณะปฏิบัติหน้าที่ ไปเผยแพร่จนมีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ การปรากฏภาพของตำรวจทั้ง 2 นาย ส่งผลให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในคำสั่งดังกล่าวยังระบุว่า ในการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมือง 5 รับผิดชอบควบคุมกำกับดูแลมอบหมายหน้าที่รวมทั้งควบคุมความประพฤติตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 1212/2537 เรื่องมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ (ซึ่งเป็นคำสั่งให้ดำเนินการเอาผิดผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น) โดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ภาพเจ้าปัญหาดังกล่าวเป็นภาพถ่ายคู่ ของตำรวจทั้งสอง คู่กับน.ส.ปรียานุช ระหว่างที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวที่กองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ในอิริยาบถสนุกสนานยิ้มแย้มแจ่มใส

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า จากการสืบสวนและพยานหลักฐานที่พบ ยังยืนยันว่าน.ส.ปรียานุช มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นสิทธิที่กระทำได้ โดยขณะนี้ ป.ป.ส.อยู่ระหว่างขอข้อมูลและหลักฐานบางอย่างจาก ป.ป.ส. เมียนมา เพื่อนำมาใช้สนับสนุนข้อมูลที่มีอยู่ ส่วนกรณีของนายธวัชชัย อ้อมชมภู หรือเก้า ที่มีกระแสข่าวว่าเป็นผู้ช่วยเหลือพากลุ่มน.ส.ปรียานุชหลบหนี ตรวจสอบพบว่านายเก้า เป็น 1 ใน 18 หมายจับที่ส่งให้ตำรวจ เมียนมาช่วยในการจับกุม

เปรี้ยว’ ทาปากแดง นำแก๊งฆ่าหั่นแอ๋ม ขึ้นศาล สอบคำให้การ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2560 14:04 น.

‘เปรี้ยว’ ทาปากแดง นำแก๊งฆ่าหั่นศพแอ๋ม ขึ้นศาล จ.ขอนแก่น นัดแรก สอบคำให้การ หลังอัยการยื่นสำนวนส่งฟ้อง ด้าน ทนาย ‘เบนซ์’ เตรียมหลักทรัพย์ ยื่นประกันตัว …

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาล จ.ขอนแก่น ถ.ศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ศาลมีคำสั่งเบิกตัว 5 ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม ในพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น หลังอัยการ จ.ขอนแก่น ยื่นสำนวนส่งฟ้อง จำเลยทั้ง 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น, น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ และ นายวศิน นามพรหม ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ, ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะ
ทั้งนี้ น.ส.อภิวันท์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือเสพสารเสพติด ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพียงร่วมกันลักทรัพย์เท่านั้น โดยในวันนี้ศาลได้เบิกจำเลยเพื่อขึ้นให้การต่อศาล

บรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ จำเลยทั้ง 5 คน นั่งมาในรถของเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางขอนแก่น เดินลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายทีมทนายความที่มารออยู่ด้านหลังศาล โดยจำเลยหญิงทั้ง 4 คน ตัดผมสั้นเสมอหู ทาปากแดง ส่วนนายวศินนั้น เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เดินทางมาที่ศาลด้วยรถเรือนจำกลางขอนแก่นในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของศาล ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องบันทึกภาพ และเข้าไปร่วมรับฟังภายในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด

โดยทางทนายความของจำเลย กล่าวกับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ  ว่า ในวันนี้จะมีการยื่นหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ประกันตัว น.ส.จิดารัตน์ ที่โดนข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์เพียงอย่างเดียว และอาจจะมีการเปลี่ยนตัวทนายบางคนด้วย

จากนั้น ในเวลา 11.00 น. นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก ทนายความของ น.ส.อภิวันท์ พร้อมทั้งนายธนัญชัย วงศ์ซ้าย ทนายความของ น.ส.จิดารัตน์ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงการที่ศาลเบิกตัวจำเลยทั้ง 5 คนมาที่ศาลว่า หลังอัยการ จ.ขอนแก่น ยื่นสำนวนส่งฟ้อง จำเลยทั้ง 5 คน ในคดีฆ่าหั่นศพ ศาลจึงเบิกจำเลยมาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และสอบคำให้การ ว่าจะรับสารภาพตามข้อกล่าวหาหรือไม่ หรือรับสารภาพในข้อหาใด หรือปฏิเสธในข้อหาใดบ้าง ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ซึ่งหลังจากศาลสอบคำให้การเรียบร้อยก็จะนัดพร้อม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเดือนหน้า

นายธนัญชัย ทนายความของ น.ส.จิดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในครั้งนี้ทนายก็มาพบจำเลย เพื่อให้คำแนะนำจำเลยที่เป็นลูกความของแต่ละคน ในส่วนของ น.ส.เบนซ์ นั้น ในข้อหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งรวมทั้งการส่งฟ้องของอัยการนั้น รับสารภาพข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์เท่านั้น ส่วนข้อหาอื่นๆ ปฏิเสธทั้งหมด ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการสอบคำให้การของจำเลยแล้ว จะยื่นหลักทรัพย์ไม่เกิน 5 แสนบาทเพื่อประกันตัวผู้ต้องหาทันที

ส่วนนายบุญยง กล่าวว่า ทนายความจำเลยมาครบทั้ง 5 คน แต่ทนายบางคนเมื่อมาพบจำเลยและให้คำแนะนำ แล้วก็เดินทางไปทำธุระส่วนตัว จึงไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่ทนายทุกคนก็มีความพร้อมสู้เต็มที่ เพราะทุกคนได้มีการซักถามลูกความของตัวเองมาแล้วว่า มีความเกี่ยวข้องกับการฆ่ามากน้อยเพียงใด ควรรับหรือปฏิเสธในข้อหาใดบ้าง เช่น น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ น.ส.แจ้ นั้น ให้การรับสารภาพเพียงข้อหาร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพียงข้อหาเดียว และปฏิเสธในข้อหาอื่นๆ.

“เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ” ขึ้นศาลยืนยันไม่ได้ฆ่า น้องแอ๋ม

เผยแพร่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 21.05 น.

“เปรี้ยว หั่นศพ” ยืนยันไม่ได้ฆ่า “น้องแอ๋ม” ขณะที่ “เอิน-แจ้ และ วศิน” รับสารภาพเพียงร่วมทำลายศพเท่านั้น

ที่ศาล จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ตาคำสั่งศาล จ.ขอนแก่น ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างโจทก์คืออัยการจังหวัดขอนแก่นและฝ่ายจำเลย คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว พร้อมพวก ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกของการสอบคำให้การ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาและอัยการได้ลงว่าความแบบเต็มคณะที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 ศาล จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ทันทีที่การสอบคำให้การฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้น ผู้พิพากษาได้มีคำสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิน และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ กลับไปควบคุมตัวตามอำนาจการฝากขังระหว่างการพิจารณาคดีที่เรือนจำกลางขอนแก่น

ขณะที่นายวศิน นามพรม ถูกส่งตัวไปควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วน น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนท์ นั้นอยู่ในระหว่างการประกันตัวด้วยกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยผู้ต้องหา ทั้งหมดได้ถูกส่งตัวจากห้องพิจารณาคดีมาไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาชั้นล่างของศาล จ.ขอนแก่น เพื่อรอรถเรือนจำกลางพิเศษขอนแก่นมารับกลับไปควบคุมตัวตามปกติ

นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความของ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ กล่าววา บรรยากาศการให้ปากคำในช่วงบ่ายของวันนี้พนักงานอัยการทั้ง 2 ท่าน ยังคงเบิกตัว พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเป็นการซักถามฝ่ายโจทก์ตั้งแต่พบศพจนไปถึงการจับกุมตัวนายวศิน ที่ สปป.ลาว องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีคำสั่งให้ระงับการสอบคำให้การในวันนี้ ตามที่ฝ่ายโจทก์ยื่นเรื่องขอสอบคำให้การวันนี้ 4 ปากแต่วันนี้สามารถสอบคำให้การได้เพียง 2 ปากและในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.) มีการขอเบิกตัวพยานมาสอบคำให้การต่อเนื่องคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และพยานที่คงค้างในวันนี้อีก 2 ปากและพยานที่จะขึ้นให้การในวันพรุ่งนี้อีก 4 ปาก

“วันนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน แยกคำให้การในชั้นศาลดังนี้ คือ

จำเลยที่ 1 น.ส.เปรี้ยว คือปฏิเสธการฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม โดยรับสารภาพเพียงทำร้ายร่างกายเท่านั้น

จำเลยที่ 2 คือ น.ส.เอิน นั้นรับสารภาพในข้อหาร่วมกันทำลายศพ

จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ นั้น ให้การับสารภาพว่ารับของโจร ซึ่งพนักงานอัยการตั้งข้อกล่าวหานี้เพียงข้อกล่าวหาเดียว

จำเลยที่ 4 คือลูกความของตนเองนั้นรับสารภาพว่า ร่วมกันทำลายศพและเสพเมตแอมเฟตามีน และผู้ต้องหาคนสุดท้ายคือ นายวศิน รับสารภาพว่าร่วมกันทำลายศพเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ทนายฝายจำเลยยังคงไม่มีการซักค้านใดๆ และหากการสอบพยานฝ่ายโจทก์มีการพาดพิงมาถึงลูกความในประเด็นใดก็พ้อมที่จะค้านทันที

ทั้งนี้ในช่วงก่อนการสอบคำให้การในช่วงบ่ายนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้มีการขอมาครอบครัวของผู้ตาย อีกครั้ง จึงทำให้บรรยากาศในการสอบคำให้การวันนี้ไม่ตรึงเครียดเท่าที่ควร”

นายบุญยงค์ กล่าวต่ออีกว่า “แม้จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ จะให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจร ซึ่งเป็นข้อหาเดียวที่พนักงานอัยการแจ้งข้อกล่าวหาไปนั้น ผู้พิพากษาได้ลงบันทึกไว้และยังคงไม่มีการพิจารณาคดีในวันนี้ โดยรอให้การสอบคำให้การทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเสร็จจึงจะมีคำพิพากษาพร้อมกัน เนื่องจากพนักงานอัยการได้สรุปสำนวนในรูปแบบการกระทำเป็นขบวนการ ขณะที่ทางคดีแพ่งนั้นฝ่ายโจทก์โดยทนายความ ได้ยื่นขอเรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท แยกเป็นการเลี้ยงดูและอุปการะครอบครัวรวม 10,000,000 บาท และค่าปลงศพ-ค่าทำขวัญและค่าทำศพ อีก 300,000 บาท ซึ่งศาลจังหวัดขอนแก่นได้ประทับรับฟ้องด้วย ในประเด็นนี้ทีมทนายความได้หารือกันแล้วและยืนยันที่จะต่อสู้ในคดีแพ่งด้วย เนื่องจากลูกความให้การปฎิเสธและค่าเสียหายที่เรียกร้องมานั้นมากเกินไป และทีมทนายความยืนยันในการไม่ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเนื่องจากพนักงานสอบสวนมีการคัดค้านการประกันตัวมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว”

ศาลพิพากษาคุก “เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ” 34 ปี พร้อมสั่งชดเชย 1 ล้าน

10 พ.ค. 61 (15:20 น.)

ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาลงโทษคดีฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” ปรากฏว่า “เปรี้ยว” ได้รับโทษถูกจองจำเป็นเวลา 34 ปี 6 เดือน

(10 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาตัดสิน น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว , น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น , น.ส.อภิวันท์ หรือ แจ้ , นายวศิน และ น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือ แอ๋ม ที่ถูกฆาตกรรมหั่นศพและพบศพเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560

ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาสั่งจำคุก “เปรี้ยว” และ “เอิร์น” เป็นเวลา 34 ปี 6 เดือน ขณะที่ “แจ้” ได้รับถูกสั่งจำคุก 33 ปี 9 เดือน , “วศิน” ถูกสั่งจำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน และ “เบนซ์” ถูกสั่งจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ พร้อมกันนี้ศาลสั่งให้ผู้ต้องหาร่วมชดใช้เงินค่าเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี ในข้อหาเจตนาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพกักขังเสรีภาพ และเป็นผู้สนับสนุนในการฆ่าผู้ตาย

(ทีมงาน แหนหนังงไทย -รวบรวม)

Post Author: Admin Admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *