Scoop: เรื่องจริงบนจอหนังไทย8 นรกตะรุเตา

8.จากบันทึก “นรกตะรุเตา”….สู่แดนสวรรค์..หมู่เกาะตะรุเตา ทะเลสตูล

เหตุการณ์อันเป็นส่วนเสี้ยวของประวัติศาสตร์ ที่อาจจะไม่สำคัญอะไรนักกับคนอื่นๆ  แต่สำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้อง มันคือประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชน มิตรภาพ ศัตรู การกดขี่  น้ำใจเอื้ออาทร การทรยศหักหลัง ความอดอยาก โรคร้าย ความโหดเหี้ยมของมนุษย์ สัตว์ป่า และภัยธรรมชาติ ความฝัน ความหวัง  ความจริง  ทุกอย่างเกิดขึ้นและสิ้นสุดลงที่นี่  ณ ปลายน้ำจรดฟ้าไกลสุดสายตานั้น ฝั่งซ้ายคือผืนแผ่นดินของเกาะลังกาวี  ประเทศมาเลเซีย และฝั่งขวาก็คือ เกาะตะรุเตา ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 4กิโลเมตรเท่านั้น

ยามนั้นในสายตาของคนผู้ใฝ่หาเสรีและอิสระ  ลังกาวีคือดินแดนในฝันที่จะปลดโซ่ตรวนพันธนาการของพวกเขา ส่วนแผ่นดินที่ยืนเหยียบอยู่นั้นเปรียบได้ดั่ง ขุมนรก….ซึ่งพวกเขาเรียกขานมันว่า นรกตะรุเตา

ค้นหาเกาะนรก

ตำนานของ ตะรุเตา เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.2479 เมื่อรัฐบาลหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง!  มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์สำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งนิคมสำหรับกักขังและฝึกอาชีพให้นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล จึงถูกเลือกด้วยสภาพที่เป็นเกาะใหญ่อยู่กลางทะเลลึก มีจระเข้และฉลาม ไม่มีเรือวิ่งผ่านไปมา ลมแรง คลื่นจัด เป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันการหลบหนีอย่างดี

หลวงพิธานฑัณฑทัย เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์และคณะสำรวจ รวมทั้งนักโทษผู้มีความประพฤติดีบางส่วนถูกส่งเข้ามาบุกเบิกจัดสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนของนักโทษและโรงฝึกอาชีพขึ้นที่ อ่าวตะโละวาว และ อ่าวตะโละอุดัง ใช้เวลาเตรียมการสร้างคุก 2 ปี จึงแล้วเสร็จ

ในปี .ศ.2481 นักโทษชุดแรก 500 คนถูกส่งมายังตะรุเตา นักโทษเหล่านี้เป็น นักโทษคดีร้ายแรง มีสันดานเป็นผู้ร้าย ยากแก่การควบคุมดูแล จึงถูกส่งมาอยู่ที่อ่าวตะโละวาว ปีต่อมา รัฐบาลก็ส่งนักโทษการเมือง 70 คนมายังตะรุเตาโดยถูกควบคุมอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง นักโทษการเมืองเหล่านี้เป็นกลุ่มนักโทษจาก กบฏบวรเดช และ กบฏนายสิบ มีทั้งนักการเมือง เชื้อพระวงศ์ และผู้มีการศึกษาสูงจากต่างประเทศ ซึ่งเคยอยู่ในแวดวงการเมือง การทหาร เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ รวมทั้งนักคิดนักเขียนชั้นนำ นักโทษการเมืองเหล่านี้ไม่ถูกกวดขันมากและไม่ต้องทำงานหนักเหมือนนักโทษอุกฉกรรจ์ทั่วไป

จากหนังสือบันทึก  ฝันร้ายของข้าพเจ้า โดย นาวาเอก พระยาศราภัยพิพัฒน์  หรือใช้นามปากกา เลื่อน ศราภัยวานิช  ตอนเดินทางสู่เกาะนรกครั้งแรก พร้อมกับพวกนักโทษการเมือง ประกอบด้วย

1.นาวาเอก พระยาศราภัยพิพัฒ (เลื่อน ศราภัยวานิช)

2.พระยาสุรพลพิพิธ (เป๋า สุมนดิษฐ์)

3.พระยาสุรพันธ์เสนี (อิ้น บุนนาค)

4.นายหลุย คีรีวัต

5.หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร

6.นาวาเอกพระแสงสิทธิการ (แสง นนทสุต)

7.หลวงมหาสิทธิโวหาร (สอ เสถบุตร) ผู้คิดค้นพจนานุกรม   โดยใช้เวลาว่างบนเกาะนรกนี้

8.โหรแฉล้ม เลี่ยมเพ็ชรรัตน์

9.ขุนประมวลสุขสาร (โต๊ะ เวชอุรัย)

10.ขุนอัคนีรถการ (อั๋น ไชยพฤกษ์)

หนีสู่อิสรภาพ

นักโทษการเมือง 5 คน นำโดย พระยาศราภัยพิพัฒน์ พระยาสุรพันธ์เสนี ขุนอัคนีรถการ นายหลุย และ นายแฉล้ม เลี่ยมเพชร วางแผนคิดหลบหนี     จึงพยายามศึกษาภูมิประเทศ พร้อมกับเริ่มเรียนภาษามลายู เพราะรู้ว่าต้องขึ้นฝั่งที่เกาะลังกาวีและต้องพบกับคนมลายู ทั้งพยายามตีสนิทชาวบ้าน ในที่สุดก็ได้ชาวบ้านมาเป็นผู้ติดต่อจัดหาเรือให้ โดยนัดหมายกันท้ายเกาะ ใช้เงิน 5,000 บาท ติดสินบนผู้คุมและจ่ายค่าเรือ แล้วในคืนเดือนหงายนักโทษทั้งห้าก็พากันว่ายน้ำข้ามคลองที่เต็มไปด้วยจระเข้ เพื่อหลบหนีไปขึ้นเรือมุ่งหน้าขึ้นฝั่งเกาะลังกาวี เพื่อขอลี้ภัยอยู่ในมาเลเซีย

จากเรื่องจริงสู่โลกนิยายและภาพยนตร์

นรกตะรุเตา จากบทภาพยนตร์ของ ป๋า ส. อาสนจินดา ได้ใช้เวลา  3 เดือนเต็มในการศึกษาค้นคว้าจากบันทึกของเจ้าคุณศราภัยฯ ซึ่งป๋าเรียกว่า ครู และยกย่อง หลุย คีรีวัต นักหนังสือพิมพ์รุ่นพ่อ(ของป๋า) รวมทั้งค้นประวัติศาสตร์ การเมือง  จดหมายเหตุ ชีวิตของเจ้าพระยาสุรพันธ์เสนี จนวาดภาพ ท่านเป็น พ่อพระ ผู้รู้จักแต่ให้อภัย, วาด หลุย คีรีวัต เป็นคนคมในฝัก, วาดเจ้าคุณศราภัยฯ เป็นผู้นำเฉียบแหลม และวาด สอ เสถบุตร เป็นผู้มีหัวใจเป็นแม่น้ำ และจากความจริงอันสะเทือนใจของ นายอ่ำ บุญไทย นักหนังสือพิมพ์คนดังคนเดียวที่ติดเกาะด้วย  เป็นโรคท้องมาร ขาดหมอจนต้องฝนตะปูให้แหลม แล้วเจาะท้องตัวเอง เดินห่มมุ้ง จนขาดวิ่นเป็นผ้าขี้ริ้ว แผลและท้องอืดบวมไม่รู้จักหยุด ทำให้เขาต้องคอยเจาะท้องตัวเองไม่หยุด จนตายอย่างอนาถ ในหนังป๋าส.เขียนบทนี้ให้ สีเทา แสดง เช่นเดียวกับบทบันทึกของเจ้าคุณศราภัยฯ ที่ระบุว่ามีสองสาว ลูกนายหมีชาวประมงอยู่บนเกาะ จึงเป็นที่มาของบทบาท ตันหยงและบุหงา ซึ่งได้ อรัญญา นามวงศ์ และ ศิริขวัญ นันทศิริ แสดงร่วมกัน โดยบทสองพระเอกที่ต้องเชือดเฉือนห้ำหั่นกันทางความคิดคนละขั้ว  ป๋าเขียนให้บทหนึ่งเป็นเสนาธิการ ผู้สุขุม  (ตอนนั้นตัวจริงยังอยู่) อีกคนเป็นหมวดปืนกล คนที่เกือบจะพิชิต พระกล้ากลางสมรให้สิ้นชื่อที่ปากช่อง เขาเป็นคนที่ยิงปืนกลหนักซัดรถจักรและโบกี้ตำรวจสันติบาลที่จะไปจับกบฏที่โคราช 20คน ตายเกือบหมด  สมบัติ และ นาท ได้บทเด่นตามลำดับ นอกจากนี้ มานพ อัศวเทพ ยังได้รับบทเป็นหมอหนุ่มผู้มีคุณธรรแต่ตนเองกลับตกเป็นของเล่นของผู้คุมจิตวิปริต,    อดุลย์ ดุลยรัตน์ รับบทพระยาศราวุธ

16 ตุลาคม พ.ศ.2482 ตามบันทึกในประวัติศาสตร์ นักโทษการเมืองเดนตายการเมือง 6 คน มี พันโทหลวงพิษณุรักษิ์เสนา หรือ พลาย (สมบัติ เมทะนี) ร้อยเอกสกล สมรรถการ (นาท ภูวนัย) พระยาศราวุธวิจารณ์ (อดุลย์ ดุลยรัตน์) เฉลา ตาทิพย์ (สีเทา) ผักทอง กฤษดากร (อรัญ) ถวัลย์ ศิริวัฒนา (สมชาย สามิภักดิ์) หลบหนีลงเรือที่ชายหาดตาเลาะอุดัง แต่ถูกหักหลังระดมยิงทิ้งกลางทะเลกว้าง

บันทึก : นรกตะรุเตา  หนังปี 2519 รุจน์ รณภพ ร่วมสร้างและกำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 10 ต่อจาก ชาติเหมราช,ไอ้ยอดทอง,โฉมตรูภูธร,ภูกระดึง, พิศวาส,ทองประกายแสด,แด่คุณครูด้วยคมแฝก ฯลฯ จรัล พรหมรังสี มาช่วยกำกับและลำดับภาพ  กวี เกียรตินันท์ ถ่ายภาพ บทหนังของป๋าส. พยายามนำเรื่องจริงมานำเสนอบวกกับเรื่องแต่งเพื่อให้ได้อรรถรสของภาพยนตร์  มีบทการกดขี่ข่มเหงทารุณสารพัดรวมทั้งให้ ท่านขุนคนหนึ่งถูกข่มขืนจากผู้คุมเพศเดียวกันจนต้องยอมตายล้างอาย ขณะที่นักแสดงฝ่ายหญิง อรัญญา และ ศิริขวัญ ก็มีบทเลิฟซีนแบบเลสเบี้ยน ด้วย หนังใช้เวลาเตรียมงานล่วงหน้า 3 เดือน ถ่ายทำ 3 เดือน ด้วยทุนสร้าง เกือบสามล้านบาท ประกบดาราระดับแถวหน้าคับคั่ง  ถ่ายทำที่ตะรุเตาจริงๆ รวมทั้งที่ ช่องแสมสาร อู่ตะเภา และน้ำตกเหวสุวัต เขาใหญ่

สู่แดนสวรรค์…หมู่เกาะตะรุเตา

จากอดีตสู่ปัจจุบัน  คลื่นทะเลได้ซัดสาดเปลี่ยนหาดสวยแห่งตะรุเตา ให้เป็นแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ไม่มีใครนึกถึงภาพความโหดเหี้ยมและชุกชุมด้วยโรคภัยในอดีต เพราะที่นี่ได้รับการปรับปรุงฟื้นฟูสภาพธรรมชาติให้เหลือแต่ความสวยบริสุทธิ์  ตะรุเตาเป็นหมู่เกาะที่อยู่ใต้สุดทะเลอันดามันของไทย ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลรวมเกาะน้อยใหญ่ทั้งสิ้น 51 เกาะ นับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไทย

เรื่องย่อ

ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ รัฐบาลไทยได้กวาดล้างจับกุมทหารข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนผู้มีความคิดเห็นขัดแย้งทางการเมือง โดยรัฐบาลสมัยนั้นได้ถือว่าคนไทยพวกนั้นเป็นปรปักษ์ ผู้ใดแข็งข้อต่อสู้ขัดขวางถือว่าเป็นขบถต่อแผ่นดิน มีโทษหนักเพียงสถานเดียวคือประหารชีวิต และบางพวกที่ได้รับความกรุณาจะถูกส่งไปตายทั้งเป็น…

ที่สถานีรถไฟควนเนียง นักโทษประมาณ๓๐คน ถูกลำเลียงมาโดยอัดกันไปในรถตู้บรรทุกสัตว์ นักโทษหลายคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงเพราะเจ็บไข้อยู่ก่อนต้องทนทรมานจนเสียชีวิต หนึ่งในขบวนนั้นมี สิบเอกทหารม้า อัคนี(กฤช เนาวกานต์)เกิดคลุ้มคลั่งเพราะคิดถึงลูกเมีย เขาวิ่งตามรถไฟที่แล่นออกไปทั้งๆที่โซ่ล่ามติดขา ไม่มีใครจะห้ามทันทั้งพลาย(สมบัติ)และสกล(นาท)   พัศดีเรือนจำตะรุเตาชื่อเผื่อน(ถวิล) ยกปืนขึ้นยิงอัคนีตายคารางรถไฟสถานีควนเนียงสังเวยเป็นศพแรก สร้างความสยดสยองให้กับบรรดานักโทษทุกคนพร้อมทั้งเริ่มจุดประกายความเคียดแค้นชิงชังให้กับ สกล อย่ารุนแรง

ระหว่างเดินทางไปเกาะนรกตะรุเตาโดยยัดไปใต้ท้องเรือตังเก สกลเกิดคลั่งใช้มีดแทงพลาย พร้อมประณามว่าพลายเป็นนายทหารขี้ขลาด เป็นเสนาธิการที่ดำเนินงานผิดพลาดจึงต้องถูกจับปล่อยเกาะในฐานะโทษขบถ พระยาศราวุธ(อดุลย์)เข้าห้ามไว้จึงยุติกันไป

คืนแรกที่ไปถึง ขุนชัยชิต(บุญส่ง) ถูกวอน(พีรพล)ลากตัวไปข่มขืนในกระท่อมด้วยความกลัดมันทั้งที่เป็นเพศเดียวกันโดยไม่มีทางขัดขืน  รุ่งเช้าระหว่างเข้าแถว ขุนชัยชิตแค้นใจคว้ามีดแทงวอน แล้ววิ่งหนีลงทะเล กลั่น เชื้อเหล็ก(ถวัลย์)เพื่อนรักของขุนชัยชิตวิ่งตามและอ้อนวอนไม่ให้ปืนกลบนหอคอยยิงเพื่อนของตน แต่เมื่อนักโทษหนี เจ้าหน้าที่ปืนกลก็สาดยิงขุนชัยชิต กลั่นว่ายน้ำตามเพื่อไปนำเพื่อนกลับมา ทั้งสองจึงถูกยิงเลือดกระจาย เหล่าฉลามกรูเข้ามากัดกินเนื้อ สกลทนไม่ไหวเข้าไปต่อว่าเผื่อน เกิดการต่อสู้กันขึ้น สกลถูกซ้อมอย่างสะบักสะบอม พลายและพวกจะเข้าไปช่วยแต่ถูกผู้คุมเอาปืนจี้ไว้  สกลถูกนำไปขังตากแดดทั้งวันโดยไม่มีอาหารตกถึงท้อง…พลายไปขอร้องเผื่อนแต่ถูกปฏิเสธ

คืนนั้นสกลถูกปล่อยตัวมา พลายแอบเก็บข้าวไว้ให้ แต่สกลไม่กินซ้ำยังด่าว่าพลายตอกย้ำว่าขี้ขลาดปล่อยให้เพื่อนตายไปต่อหน้าอีกสองคน   จนพลายทนไม่ไหวชกต่อยกัน เผื่อนจึงมาจับสองคนใส่กุญแจมือติดกันเพื่อพาไปซ้อม สกลขัดขืน เผื่อนชักปืนจะยิงสกล พลายจึงแย่งปืนไว้เกิดสู้กันชุลมุน สกลกระชากพลายออกวิ่งหลบหนี พลายต้องวิ่งตาเพราะถูกใส่กุญแจมือติดกัน ทั้งสองไปจนมุมที่หน้าผาน้ำตกสูงลิบ…จึงตัดสินใจโดดเพื่อหาทางหนีออกทะเล แต่ก็ไปไม่รอดเพราะป่าทึบไปหมด ทั้งสองถูกเผื่อนตามมาจับไปมัดไว้ในบึงเพื่อรอให้น้ำขึ้นมาท่วมตาย หรือไม่ก็เป็นเหยื่อจระเข้

แต่ บุหงา(อรัญญา) กับ ตันหยง(ศิริขวัญ)ผ่านมาช่วยไว้ทัน โดยบุหงาได้ดำน้ำไปแทงจระเข้ตายและแก้มัดเชือกให้ทั้งสอง ก่อนที่น้ำทะเลจะท่วมถึงจมูก บุหงาเกิดชอบพลาย แต่ตันหยงไม่ยอมเพราะตันหยงรักบุหงาทั้งที่เป็นหญิงด้วยกัน

สกลจึงต้องใช้เสน่ห์ชายเปลี่ยนใจตันหยง  ตาหมี(พิภพ)พ่อของทั้งสองสาวกลับมาจากหาปลาเห็นเหตุการณ์ก็โกรธ เพราะตันหยงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ตาหมีเลี้ยงไว้ทำเมีย

หมอปรีชา(มานพ)ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการเรือนจำ(มล.โกมล)ให้รับผิดชอบติดตามโทษทั้งสองที่หนีไป และหมอปรีชาก็มาช่วยทั้งสองไว้จากตาหมี โดยเอาเงินไถ่ตัว

วันเวลาผ่านไปด้วยความทุกข์ทรมาน นักโทษถูกใช้งานอย่างหนัก บางคนตายเพราะไข้ป่าบางคนอยาก บ้างก็หนีลงทะเลเป็นเหยื่อฉลาม พลาย สกล พระยาศราวุธ โหรเฉลา ผักทอง ถวัลย์และเพื่อนนักโทษคิดวางแผนหนีไปขึ้นฝั่งที่ลังกาวี เขตประเทศมาเลเซีย โดยแอบสะสมมะพร้าวแห้งไว้จำนวนมาก แต่แผนทั้งหมดอยู่ในสายตาของบุหงา เธอจึงขโมยมะพร้าวไปซ่อนเพราะไม่อยากให้พลายหนีไป แผนล้มเหลวทำให้พลายกับสกลเดือดดาลมาก นักโทษคนหนึ่งเสียใจจนคลั่งวิ่งหนีเข้าป่าและถูกเผื่อนกับพวกจับตายทันที….จากนั้นก็ถูกควบคุมใกล้ชิดและลงโทษหนักขึ้นทุกคน

พลายไม่ละความพยายาม แผนใหม่ถูกกำหนดขึ้น หมอปรีชาผู้ถูกหยามเกียรติว่าไม่มีอันทะเพราะถูกตัดทิ้ง เอาเงินสินบไปให้ตามหีเพื่อจัดหาเรือประมงไว้รอพาหนี ตาหมีรับเงินแต่ก็แอบไปบอกเผื่อน เพื่อหวังสินบนอีกทอด บุหงากับตันหยงแอบลอบฟังจึงเอามะพร้าวที่แอบลักไปผูกล่ามท้ายเรือประมงลำที่จะพานักโทษหนี

๑๖ ตุลาคม ๒๔๘๒ นักโทษเดนตายทั้ง ๖ มีพันโทหลวงพิษณุรักษ์ เสนา(สมบัติ)ร้อยเอกสกล สมรรถการ(นาท) พระยาศราวุธวิจารณ์(อดุลย์) ถวัลย์ ศิริวัฒนา(สมชาย) เฉลา ตาทิพย์(สีเทา) ผักทอง กฤษดากร(อรัญ) ได้หลบหนีออกจากเรือนขังเพิ่อไปลงเรือที่ชายหาดดาเลาะอุดัง แต่ถูกตาหมีและผู้คุมเผื่อนหักหลังต้อนให้ทั้งหมดลงเรือแล้วระดมยิงเรือทันที

ในความมืด บางคนบอกว่ามีความดี แต่ในความสว่างกลับเต็มไปด้วยความ อยุติธรรม และความชั่ว ชะตากรรมของนักโทษเดนตายผู้น่าสงสารเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร…..

รุจน์ รณภพ กำกับการแสดง

Post Author: Admin Admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *